WinningFT ยืนยันไม่มี

WinningFT
WinningFT ยืนยันไม่มีสูตรตั้งรับ ประคับประคองสถานการณ์ ศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลก 2 คืนวันพุธที่ 15 มีนาคมนี้ ซูฮก โมนาโก คือ สโมสรที่เก่งกาจ ด้านการถล่มประตูมากสุดในโลกพลพรรค “เรือใบสีฟ้า” กุมความได้เปรียบ 5-3 หลังเก็บชัยเลกแรก ที่เอติฮัด สเตเดียม ก่อนเผชิญหน้ากัน ที่สนาม สตาด หลุยส์ เดอซ์ ทว่า กวาร์ดิโอลา เผยอาจเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ หากวางกลยุทธ์จอดรถบัส ประลองฝีเท้ากับทีมที่ทะลวงตาข่าย 123 ประตู ตลอดฤดูกาล 2016-17อดีตเทรนเนอร์ บาร์เซโลนา และ บาเยิร์น มิวนิก กล่าว “เราต้องเล่นตามเกม เอาใจใส่สิ่งที่เราต้องทำ มันคงจะน่าเบื่อหน่ายสำหรับเราที่จะคิดแผนฆ่าเวลา ซึ่งอาจกลายเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง พวกเขาเป็นทีมที่ดีสุด ด้านการยิงประตู พวกเขาสร้างเกมรุกด้วยผู้เล่น 5-6 คน ที่มีความแข็งแกร่ง และความเร็วสูงในพื้นที่แคบๆหากทีมๆ หนึ่งยิงประตู 123 ลูก มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถพังประตูได้หลากหลาย ดังนั้นวิธีการรับมือพวกเขาที่ดีสุด คือ ยิงประตู ครองบอลแล้วเปิดเกมรุกให้มากสุดเท่าที่เป็นไปได้ นั่นเป็นหนทางเดียวที่จะเอาชนะทีมลักษณะเดียวกันนี้” แมนซิ “เป๊ป” เมินจอดรถบัส ซูฮก “โมนาโก” ยิงประตูเก่งสุดในโลก “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี WinningFT สร้างปาฏิหาริย์ เอาชนะ เซบีญา 2-0 จากประตูของ เวส มอร์แกน และ มาร์ค อัลไบรจ์ตัน ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดียม คืนวันอังคารที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก สกอร์รวม 3-2ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลก 2เลสเตอร์ฯ 2-0 เซบีญา (รวม 2 นัด เลสเตอร์ฯ ชนะ 3-2)เคร็ก เชกสเปียร์ กุนซือป้ายแดง เลสเตอร์ ซิตี ส่ง ชินจิ โอคาซากิ จับคู่ เจมี วาร์ดี ล่าตาข่าย โดยมี ริยาด มาห์เรซ กับ มาร์ค อัลไบรจ์ตัน ปั้นเกมริมเส้น รับมือ เซบีญา ที่มี วิสซาม เบน เยดเดอร์ , ซาเมียร์ นาสรี และ บิโตโล เป็นความหวังแนวรุก ต้องการชนะอย่างน้อย 1-0 เพื่อเข้ารอบตามกฎ อเวย์ โกล (ประตูทีมเยือน)เซบีญา ทักทายน่ากลัวแค่ 4 นาที ปาโบล ซาราเบีย ปาดเรียดจากขวามาเสาแรก ซาเมียร์ นาสรี ยิงยัดมุมแคบ แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวาร ปัดออกหลัง ต่อมานาที 21 วิสซาม เบน เยดเดอร์ แตะคืนหลังให้ ซาราเบีย ลากตัดจากขวา กดเรียดด้วยซ้ายข้างถนัด หลุดกรอบนิดเดียวเข้าสู่นาที 27 เลสเตอร์ ซิตี ขึ้นนำ 1-0 ริยาด มาห์เรซ ตักฟรีคิกด้านซ้ายเลยมาเสาสอง เวส มอร์แกน WinningFT ชาร์จจ่อๆ จากนั้นก็ถอยมาแพ็กเกมรับ รอสวนกลับตามสไตล์ถนัด
สู้กันต่อครึ่งหลัง แชมป์เก่า ยูฟา ยูโรปา ลีก น่าตีเสมอแบบสุดๆ นาที 53 เซร์คิโอ เอสคูเดโร ตะบันด้วยซ้ายระยะ 35 หลา ข้ามมือ แคสเปอร์ ชไมเคิล มุดลงตกบนคาน ถัดมา 1 นาที กองเชียร์ เจ้าถิ่น ส่งเสียงเฮลั่น อดิล รามี โหม่งสกัดบอลโยนจากขวาของ ริยาด มาห์เรซ ไม่พ้นอันตราย เจอ มาร์ค อัลไบรจ์ตัน ยิงสวนทิ้งห่างเป็น 2-0สถานการณ์ ทีมของ ฮอร์เก ซามเปาลี ทรุดหนักนาที 74 ซาเมียร์ นาสรี ระงับอารมณ์ไม่อยู่ ถูก เจมี วาร์ดี ผลักก่อน จึงเฮดบัตต์เอาคืน ผู้ตัดสินชักใบเหลืองที่ 2 ต่อมา “เดอะ ฟ็อกซ์” เสียจุดโทษแบบโชคร้าย นาที 79 แคสเปอร์ ชไมเคิล ตัดบอลช้ากว่า ไถลมาด้วยแรงเฉื่อยชน บิโตโล ล้มลง แต่ยังแก้ตัวป้องกันลูกยิงของ สตีเวน WinningFT เอ็น’ซองซี ไว้ได้สุนัขจิ้งจอก” น่าตอกฝาโลงแบบสุดๆ นาที 88 ริยาด มาห์เรซ กระชากเดี่ยวกว่าครึ่งสนาม หักออกด้านขวาให้ เจมี วาร์ดี แปเน้นๆ ข้ามคานอย่างเหลือเชื่อ จบเกม เลสเตอร์ฯ เข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ตาม บาเยิร์น มิวนิก , รีล มาดริด , โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ , บาร์เซโลนา และ ยูเวนตุสรายชื่อ 11 ตัวจริงเลสเตอร์ฯ : แคสเปอร์ ชไมเคิล , โรเบิร์ต ฮูธ , เวส มอร์แกน , คริสเตียน ฟุคส์ , แดนนี ซิมป์สัน , แดนนี ดริงค์วอเตอร์ , วิลเฟร็ด เอ็นดิดี , มาร์ค อัลไบรจ์ตัน , ริยาด มาห์เรซ , เจมี วาร์ดี , ชินจิ โอคาซากิ